|
|
|
หลังการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ รัฐบาลได้อาศัยอำนาจของกฎหมายปิดกั้นช่องทางการสื่อสารของประชาชน ทั้งเว็บไซต์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ตลอดจนปิดสถานีวิทยุชุมชนที่เสนอเนื้อหาตรงข้ามกับรัฐบาล ล่าสุด
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
"ไอฮับ มีเดีย" ชี้ กระแสนิยมเฟซบุ๊คดันแนวโน้มธุรกิจลงทุนโฆษณาออนไลน์โตเท่าตัว ทั้งคนไทยฮิตเล่นดันยอดพุ่ง 4.5 ล้านรายใน 1 ปี
"ไอฮับ มีเดีย" ชี้ กระแสนิยมเฟซบุ๊คดันแนวโน้มธุรกิจลงทุนโฆษณาออนไลน์โตเท่าตัว เชื่อเป็นสื่อสองทาง-วัดผลได้ ทั้งคนไทยฮิตเล่นดันยอดพุ่ง 4.5 ล้านรายใน 1 ปี โดดตั้งสำนักงานย่อยแห่งที่ 7 ในเอเชีย จับตลาดบิ๊กแบรนด์ คาดดันรายได้โตเป็นตัวเลข 2 หลัก นายจอร์จ ฟู ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ไอฮับ มีเดีย จำกัด พันธมิตรด้านการขายโฆษณาบนเฟซบุ๊ครายเดียวในเอเชียมีสำนักงานใหญ่สิงคโปร์ กล่าวว่า กระแสนิยมใช้เครือข่ายสังคม "เฟซบุ๊ค" ของทั่วโลกกำลังกระตุ้นให้ตลาดโฆษณาออนไลน์โตเป็นเท่าตัว ซึ่งคาดว่าในภูมิภาคเอเชียจะมีอัตราการลงทุนโฆษณาออนไลน์คิดเป็นสัดส่วน 2% ของสื่อทั้งหมด และมีแนวโน้มขยายเป็นเท่าตัวจากนี้ ขณะเดียวกัน ผลสำรวจทั่วโลกยังพบว่า เฟซบุ๊คยังเป็นเว็บยอดนิยมอันดับ 2 ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด รวมทั้งในไทย ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกเพิ่มจาก 2 แสนรายเมื่อต้นปี 2552 เป็น 4.5 ล้านรายในปัจจุบัน หรือเป็นอันดับที่ 16 ของโลก โดย 72% อยู่ในวัย 18-34 ปี
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
“สมาคมนักข่าวฯ” บุก “ทำเนียบฯ” จี้ “มาร์ค” สางคดี “2 นักข่าวต่างประเทศ” เสียชีวิตระหว่างปราบ “ม็อบแดง” “องอาจ” รับ “พี่สาวช่างภาพอิตาลี” เชื่อ “ทหาร” ยึดกล้อง เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 30 กรกฎาคม น.ส.อมรรัตน์ มหิทธิรุกข์ รองเลขาธิการฝ่ายสิทธิเสรีภาพและการปฏิรูปสื่อ ตัวแทนจากสมาคมนักข่าวหนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เร่งรัดติดตามตรวจสอบสาเหตุการเสียชีวิตของนายฟาบิโอ โพเลนกี ช่างภาพชาวอิตาเลียน และนายฮิโรยูริ มูราโมโตะ ช่างภาพจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส ที่ถูกกระสุนปืนเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองช่วงเดือนเมษายน –พฤษภาคม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคีบหน้า โดยขอให้มีการรายงานผลการตรวจสอบถึงสาเหตุการเสียชีวิตของผู้สื่อข่าวทั้งสองอย่างยุติธรรมโปร่งใส ให้แก่สาธารณะชนได้รับทราบและแจ้งผลมายังสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยด้วย
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
กรุงเทพฯ 30 ก.ค. - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สืบเนื่องจากการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) เพื่อขอความร่วมมือในการเข้าไปดูแลวิทยุชุมชนและโทรทัศน์ชุมชนที่เป็นการปลุกระดมมวลชน และกลายเป็นชนวนเหตุความวุ่นวายทางการเมือง หลังจากที่รัฐบาลจะประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และได้ประกาศยกเลิกไปแล้วในบางพื้นที่ ซึ่งทำให้ กทช. ต้องออกมาประกาศว่าจะเดินหน้าปราบปรามวิทยุชุมชนและทีวีชุมชนที่ผิดกฎหมาย โดยอาศัยอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498 อย่างเคร่งครัด
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
กทช.กองปราบบุกเมืองคอนจับวิทยุชุมชนและทีวีชุมชนเถื่อนกว่า 12 สถานี พล.ต.ต. ศรีวรา รังสิพราหมกุล ผบช.ก.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ตำรวจกองปราบ เดินทางไปประสานขอกำลังตำรวจ สภ.เมือง นครศรีธรรมราช บุกเข้าตรวจค้นจับกุมสถานีวิทยุชุมชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช 9 ทีวีชุมชน 3 แห่ง โดยเฉพาะที่โรงแรมทวินโลตัสนครศรีธรรมราช นั้นตรวจจับสถานีวิทยุชุมชน 7 สถานี ทีวีชุมชน 1 สถานี
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
กรณีที่มีการสูญเสียเกิดขึ้นไม่ว่าจากฝ่ายใดจะถูกกล่าวหาว่าทหารทำร้ายประชาชนนำมาซึ่งความโกรธแค้น เกลียดชัง เมื่อเร็วๆ นี้ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงกลาโหมได้จัดสัมมนาวงปิด ระดมความคิดเห็นจากผู้แทนส่วนราชการต่างๆ เพื่อวิเคราะห์การปฏิบัติของฝ่ายทหาร เกี่ยวกับการใช้กำลังทหารในการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในช่วงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง เดือน มี.ค.-พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ เป็นไปตามมติสภากลาโหม เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2553 ภายหลังการสัมมนาระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ได้มีการนำข้อมูลไปสังเคราะห์ทุกมิติ และจัดทำเอกสารรายงานสรุปบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนข้อดี ข้อเสียของการใช้กำลังทหารเข้าแก้ไขสถานการณ์ เพื่อใช้เป็นข้อพิจารณาแนวทางการใช้กำลังทหารในโอกาสต่อไป เอกสารฉบับนี้ถูกส่งถึงมือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในการประชุมสภากลาโหม เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ที่ผ่านมา และมีสาระสำคัญที่น่าสนใจหลายประการ ทหารสลายม็อบ "เสียมากกว่าได้"
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
"องอาจ"เผยสทท.เปิด4รายการใหม่เพื่อปรองดองในชาติ "อภิสิทธิ"ย้ำเป็นตามนโยบายรัฐบาล รับฟังชาวบ้าน คนรุ่นใหม่ วิป2ฝ่ายพูดคุยกัน
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) ถนนวิภาวดีรังสิต สถานวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (สทท.) กรมประชาสัมพันธ์ โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี นายกฤษณพร เสริมพานิช อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และ น.ส.รัตนา เจริญศักดิ์ ผู้อำนวยการ สทท. ร่วมกันเปิดตัวรายการใหม่ภายใต้แนวคิดเปิดพื้นที่สื่อสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 4 รายการใหม่ ได้แก่ 1.รายการ “ตรงไปตรงมา” ออกอากาศทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 22.00-23.00 น. ซึ่งเป็นรูปแบบการสนทนาปัญหาบ้านเมือง โดยนำคนหลากหลายอาชีพมาน้ำเสนอมุมมองและความคิดเห็นในการแก้ปัญหาประเทศอย่างสร้างสรรค์ตามแผนปฏิรูปประเทศไทย 2.รายการ “ฉีกกรอบ คิดกับคนรุ่นใหม่” ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 22.00-23.00 น. โดยเป็นรูปแบบการเสวนาแสดงความคิดเห็นในประเด็นสำคัญ ซึ่งจะมีผู้ร่วมรายการอย่างน้อย 18 คน
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
คมชัดลึก : มูลนิธิ อาสาสมัครเพื่อสังคมหนุนร่างจัดสรรคลื่นความถี่ฉบับ ส.ส. ค้านฉบับ ส.ว. ติงนำสีเขียวร่วมองค์กรอิสระไม่โปร่งใส – ขวางการปฏิรูปสื่อ เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 1 ส.ค. อาคารมูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) ได้มีจัดแถลงข่าว “ ร่างพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ‘ ฉบับทหาร ’ ตอบโจทย์การปฏิรูปสื่อ? หรือเพื่อความมั่นคง ” โดยนาย สุเทพ วิไลเลิศ เลขาธิการ คปส. กล่าวว่า ที่มีการผ่านมาได้มีการพิจารณาร่างกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่เป็น ระยะเวลา 60 วัน ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาได้มีการปรับแก้ 3 ประเด็นหลัก ขณะเดียวกันนาย องอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เร่งผลักดัน ทั้งนี้เนื้อหาสาระที่สมาชิกวุฒิสภาเพิ่มเข้ามาในร่างกฎหมายมีปัญหานั้น ประกอบด้วย 1.การเพิ่มสัดส่วนขององค์ประกอบให้กับฝ่ายความมั่นคงเข้ามาเป็นกรรมการใน องค์กรอิสระหรือ กสทช. 2.การเพิ่มหลักประกันการถือครองคลื่นความถี่วิทยุ โทรทัศน์ให้กับฝ่ายความมั่นคง ที่ไม่มีเกณฑ์ชี้ชัดมากน้อยขนาดไหน 3.การขยายเวลาให้รัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมให้กับทาง กสท.และทีโอทีจาก 1 ปีเป็น 3 ปีที่ระบุไว้ในบทเฉพาะกาล และ 4.เป็นเรื่องที่องค์กรผู้บริโภครู้สึกกังวลที่ต้องเห็นการตรวจสอบการทำงาน ขององค์กรอิสระในด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
ป.ป.ช.เปิดทรัพย์สิน 8 รมต.ป้ายแดง "องอาจ"รวยขึ้นจากแจ้งบัญชีฯ ส.ส. 13 ล้าน "ไชยยศ" 17 ล้าน "จุติ-เมีย"หุ้นบ.สื่อสารหายเกลี้ยง "มั่น"มีหนี้ค้ำประกัน 3.7 พันล้าน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จำนวน 8 คน ที่เข้ารับตำแหน่งใหม่เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2553 โดยมีบัญชีทรัพย์สินที่น่าสนใจ อาทิ
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
 สุภิญญา กลางณรงค์ "เครือข่ายพลเมืองเน็ต" ปลุกรณรงค์สร้าง“มารยาทการออนไลน์"ป้องกันรัฐเล่นงาน "สุภิญญา"เผย3ปีใช้พ.ร.บ. นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ และ นางสาว สฤณี อาชวานันทกุล ผู้ประสานงาน และกรรมการเครือข่ายพลเมืองเน็ต ร่วมกันแถลงข่าวในวาระครบรอบ 3 ปีการใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ น.ส.สุภิญญา กล่าวว่า อันดับแรกขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยเฉพาะการปิดเว็บไซต์โดยไม่แจ้งสาเหตุ เพราะกระทบต่อพัฒนาการของประชาธิปไตยแล้ว ยังทำให้เทคโนโลยีไม่พัฒนาด้วย จากนั้นรัฐบาลต้องผลักดันให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ปัจจุบันเป็นปัญหามากในการบังคับใช้ โดยเฉพาะขอบเขตการตีความว่าเว็บไซต์ใดเป็นภัยต่อความมั่นคง ขัดต่อหลักศีลธรรมอันดี เปิดช่องให้ใช้ดุลพินิจอย่างกว้างขวางในการสั่งปิดจากสถิติเมื่อปี 2549 ปิดไป 2 พันเว็บ ปี 2552 ปิดแล้วกว่า 4 หมื่นเว็บไซต์ |
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
วันที่ นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แวะมาที่เครือเดอะเนชั่น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะบรรณาธิการของเรา ในประเด็น “ปฏิรูปสื่อ” นั้น ประโยคสำคัญที่เราบอกกับผู้นำฝ่ายบริหารประเทศ ก็คือ "สื่อวิชาชีพมีกลไกที่สังคมตรวจสอบจริยธรรมได้อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลไม่ควรจะมายุ่ง ที่ต้องปฏิรูปอย่างยิ่งคือสื่อของรัฐเองที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง..."
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
"มาร์ค"คุยสื่อ 2 ค่ายชื่นมื่น ได้ประโยชน์ เร่งแก้ไข กม.หลายฉบับเพิ่มเติมช่วยสื่อเข้มแข็ง รวมทั้งคดีหมิ่นประมาทและคอมพิวเตอร์ เดินหน้าเปิดช่อง 11 เป็นเวทีปชต.แชร์ฝ่ายค้าน-รัฐบาล โฆษกพท.ซัดแค่สร้างภาพแก้เกี้ยว ทวงขอเวลาโผล่สื่อรัฐ ท้าแน่จริงให้ไปสัมภาษณ์รายการ "เชื่อมั่นกับนายกฯอภิสิทธิ์" |
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
นายกฯพบสื่อเนชั่นฯ ขออธิบายการมาของ "นายกรัฐมนตรีของเรา" พร้อมกับทีมงานยังอาคารเนชั่น เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม เพื่อพบปะกับคณะบรรณาธิการเครือเนชั่น นำโดยคุณสุทธิชัย หยุ่น บรรณาธิการอำนวยการ ซึ่งใครต่อใครสงสัยว่าทำไมจึงเลือกมายังเครือเนชั่น เป็น "อันดับแรก" หลังจาก "นายกรัฐมนตรีของเรา" ได้พูดในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยว่าจะตระเวนพบปะสื่อสำนักต่างๆ เพื่อ "รับฟัง" ข้อเสนอ "ปฏิรูปสื่อ"
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์ เมื่อวันที่ 18 ก.ค. ถึงการเดินทางไปพบกับสื่อสารมวลชน เช่น บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) และ บริษัทในเครือ เนชั่น ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เป็นไปด้วยดี ได้แลกเปลี่ยนรับฟังความเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมายคุ้มครองวิชาชีพสื่อ การเร่งรัดกฎหมายที่จะมากำกับดูแลวิทยุโทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง จากองค์กรที่เป็นอิสระ โดยรัฐบาลจะช่วยดูแลเพิ่มความเข้มแข็งให้องค์กรวิชาชีพสื่อ
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
เพื่อไทยเล่นไม่เลิก อัดนายกฯรังแกมาร์ควี11 พ้นบ้านAF อ้างเด็กระบุมีการตัดต่อคำพูดหมิ่นเบื้องสูง รัฐบาลต้องเอาตัวคนผิดมาลงโทษ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีนายวิทวัส ท้าวคำลือ หรือ มาร์ค วี 11 ผู้เข้าแข่งขันทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ได้แสดงความคิดเห็นผ่านอินเตอร์เน็ตโดยใช้ถ้อยคำวิจารณ์การทำหน้าที่ของ
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
เพื่อไทยจี้นายกฯยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน อ้างสื่อนอกไม่เห็นด้วย อัดรัฐบาลทำตรงข้ามแผนปรองดอง น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย แถลงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงกับนายวิลเลียม เจ เบิร์นส ปลัดกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า หากแผนปรองดองเดินหน้าไปได้ ในช่วงปลายปีนี้ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่ ว่า สิ่งที่นายอภิสิทธิ์
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงว่า กรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินสายพบปะสื่อมวลชน มองว่าเป็นการเสียเวลาเปล่า และไม่เชื่อว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปสื่อได้ เพราะทุกวันนี้สื่อทำหน้าได้ดีอยู่แล้ว ทางเดียวที่รัฐบาลจะปฏิรูปสื่อได้สำเร็จคือรัฐบาลต้องปฏิรูปนิสัยและความคิดของตัวเองก่อน การปฏิรูปสื่อเป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อต้องการลดกระแสการทุจริตของรัฐบาลที่ถูกสื่อตรวจสอบอย่างหนัก
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
"มาร์ค"ยกคณะหารือผู้บริหารเครือ"มติชน" หาแนวทางปฏิรูปสื่อ ห่วงถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ย้ำจุดยืนเปิดกว้างให้วิจารณ์"รัฐบาล-ประชาธิปัตย์" แต่ต้องไม่ผิดกม.-ยุยงให้เกิดรุนแรง หนุนผู้ประกอบวิชาชีพดูแลกันเอง ยืนยันต่อหน้าปลัดต่างประเทศสหรัฐแผนปฏิรูปเสร็จก่อนสิ้นปี
|
|
อ่านต่อ >>
|
|
|
เมื่ออานันท์ ปันยารชุน บอกให้สื่อเสนอข่าวให้ถูกต้อง แสดงให้เห็นอาการ"ตื่นสื่อ"ในยุคนี้ โดยเฉพาะคู่ขัดแย้งการเมือง จนไม่สนใจสาระที่แท้จริง นายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศไทย แสดงอาการหงุดหงิดการทำหน้าที่ของสื่อพอสมควรในวันแถลงข่าว และขอให้สื่อเสนอข่าวให้"ถูกต้อง" วันต่อมาเขาก็ชมว่าสื่อเสนอข่าวการประชุมนัดแรกได้อย่างถูกต้อง
|
|
อ่านต่อ >>
|
|